กระแส Adidas NMD Runner R1

หากพูดถึงรองเท้าที่เป็นกระแสนิยมขั้นรุนแรงตั้งแต่ปลายปี 2015 จนถึงขณะนี้ ก็คงหนีไม่พ้นรองเท้าของค่าย Adidas ที่มีชื่อว่า “ NMD Runner R1 ” ที่ทำให้คนไทยแห่เข้าแถวต่อคิวซื้อจนห้างกลางเมืองกรุงฯแทบแตก บางรายมารอคิวตั้งแต่ห้างยังไม่เปิดด้วยซ้ำ ทีนี้มาดูกัน ว่าอะไรกันที่ทำคนไทยมีความต้องการที่จะครอบครองรองเท้ารุ่นนี้มากกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ

Adidas-NMD-Runner-R1

รองเท้า Adidas NMD Runner R1 สีดำเป็นสีแรกที่ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในร้าน Adidas Original Siam Center เมื่อปลายปี 2015 ด้วยราคาเพียง 6,990 บาท มีจำนวน 51 คู่เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทย ด้วยราคาดังกล่าวจึงทำให้หมู่นักช๊อปรองเท้าผ้าใบในประเทศไทยแห่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จนเกิดเป็นกระแสที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะลดละ เพราะ Adidas NMD Runner R1 มีกระบวนการผลิตที่แตกต่างจากรองเท้ารุ่นอื่นๆ ซึ่งรวบรวมจุดเด่นของรองเท้าในอดีตไว้ทั้งหมด 3 รุ่น คือ Adidas Boston Super  Adidas Micro Pacer และ Adidas Rising Star เอาไว้ในรุ่นนี้  Adidas NMD Runner R1 มีความโดดเด่นในการใช้เทคโนโลยีสุดทันสมัยในการถักทอ ( Prime knit ) ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ไร้รอยต่อ มีความละเอียดในการถักประสานไหมทำให้ทรวดทรงที่สะดุดตา มีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นในทุกฝีก้าว อีกทั้งยังให้ความรู้สึกนุ่มสบายในขณะที่สวมใส่เนื่องจากใช้เทคโนโลยีการผลิตแผ่นรองพื้นแบบ Boost และเพิ่มโฟมสี่เหลี่ยม ( Eva Plug ) ตรงขอบรองเท้าทั้งหมด 3 จุดเพื่อเสริมความทนทานให้กับพื้นรองเท้าและรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี  นับได้ว่าเป็นราคาเปิดตัวที่เหมาะสมกับการอดทนต่อคิวซื้อเมื่อเทียบกับคุณสมบัติดังที่กล่าวมา แต่ในปัจจุบันพบว่าราคารองเท้า Adidas NMD Runner R1 นั้นมีราคาขายสูงกว่าราคาเปิดตัวหลายเท่าทั้งๆที่เป็นสินค้ามือสอง ราคาพุ่งสูงถึงหลักหมื่น นับเป็นหนทางในการสร้างกำไรให้กับพ่อค้าคนกลางเป็นอย่างมาก สำหรับนักชอปรองเท้าท่านใดที่ยังไม่มีโอกาสได้ครอบครองรองเท้ารุ่นนี้ในราคาปกติ อย่าเพิ่งหมดหวังไป เพราะค่าย Adidas ประกาศว่าจะผลิตรองเท้ารุ่นนี้เพิ่มในสีอื่นๆเพื่อวางจำหน่ายตลอดปี 2016 นี้ แต่บางสีนั้นนักชอปรองเท้าผ้าใบในประเทศไทยต้องทำใจไว้ก่อน เพราะว่ารองเท้ารุ่นนี้บางสีนั้นไม่ปล่อยจำหน่ายในประเทศไทย

อ่านจบแล้ว ท่านผู้อ่านคงจะเลิกสงสัยสาเหตุของการเกิดกระแสคนล้นห้างเพื่อซื้อรองเท้า Adidas NMD Runner R1 ในทันที ก็แหมคุณสมบัติเพียบพร้อมและดึงดูดใจขนาดนี้ก็ไม่แปลกใจที่คนรักรองเท้าผ้าใบในประเทศไทยยื้อแย่งกันจนห้างแทบจะแตก และยอมทุ่มราคาหลักหมื่นในกับรองเท้ามือสองในรุ่นนี้

5 ร้านอาหารเมืองสไตล์ล้านนาเมื่อมาเชียงใหม่แล้วห้ามพลาด

1.ต๋อง เต็ม โต๊ะ

ถ้าอยู่ละแวกนิมมานเหมินท์แล้วอยากทานอาหารเหนือ ต้องนี่เลยร้านต๋อง เต็มโต๊ะ นิมมานเหมินท์ซอย 13 เพียงเข้าไปในร้านก็พบกับความร่มรื่นแบบบรรยากาศในสวน ที่มีน้ำพุน้อยให้ฟังเสียงน้ำไหลและประกอบด้วยเพลงแนวบอสซ่าของทางร้านที่คลุกเคล้าอาหารเมืองล้านนาอร่อย ๆ ได้อย่างดีทีเดียว เมนูเด็ดของร้านก็คือ หมูสามชั้นทอดน้ำปลาและแกงผักหวานใส่ไข่มดแดง ที่คนเมืองกรุงต้องลองมาชิมแล้วนะครับ

ทำเลตั้งอยู่ที่ ถนน นิมมานเหมินท์ ซอย 13 (ถ้ามาจากถนนนิมมานเหมินทร์ หน้าปากซอย 13 จะมีร้านที่ชื่อ the salad concept ให้เลี้ยวแล้วตรงเข้ามาเรื่อยๆ ร้านต๋องเป็นร้าน outdoor ที่อยู่ตรงข้ามกับ Hallo Dormtel) นิมมานฯ

เวลาเปิดทำการ ทุกวัน : 11:00 – 21:00

2.เฮือนม่วนใจ๋

ร้านอาหารเมืองที่สืบทอดต่อๆกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบเป็นอย่างดีจึงทำให้อาหารของที่นี่โด่งไปถึงเวทีของเชฟกะทะเหล็กมาแล้ว ภายใต้บรรยากาศเรือนไทยล้านนาที่ร่มรื่น ณ   แห่งนี้มีอาหารเหนือแบบต้นตำรับไว้คอยบริการครบครันอย่าง “ออเดิร์ฟเมือง” ที่จัดมาแบบเต็มที่ทั้งแกงฮังเลรสกลมกล่อมอร่อย แคบหมู ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม ทานคู่กับผักลวกตามสไตล์คนเมืองล้านนาเลยนะครับ

เวลาเปิดให้บริการ ทุกวัน : 10:00 – 22:00

 

  1. คุ้มขันโตก

เป็นร้านที่มาเต็มที่กับบรรยากาศการทานอาหารเมืองที่นั่งอยู่กับพื้นแล้วกับข้าวเสิร์ฟบนโตกบนสาดหรือที่เรียกว่าเสื่อนั้นเอง บนเวทีก็มีการแสดงแบบทางเมืองเหนือให้ได้ชมดูแทบไม่ซ้ำในแต่ละวัน เมนูก็ไม่พลาดที่จะเป็นอาหารเมืองรสอร่อยเลือกได้ว่าจะทานคู่กับข้าวนึ่งหรือข้าวเจ้า แต่นาทีนั้นต้องข้าวนึ่งเท่านั้นนะครับถึงจะอร่อย ที่หาทานได้เฉพาะที่นี่นั้นก็คือผัดหมี่กรอบแบบพื้นเมืองที่ร้านอื่นไม่ค่อยจะมี แต่ถ้ามาที่นี่แล้วท่าจะได้ไม่มีผิดหวัง ได้บรรยากาศแบบเมืองเหนือไปแบบเต็มๆ

เวลาเปิดให้บริการ ทุกวัน : 11:00 – 14:00, 18:30 – 21:00

4.ขันโตกศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่

เป็นร้านที่ต้องลิ้มลองรสชาติของบรรยากาศการต้อนรับที่อาคันตุกะในสไตล์ของชาวล้านนานั้น ที่มีอะไรมากกว่าการทานอาหารอีกชุดขันโตกที่ประกอบไปด้วย เมนูโปรดของทุกคนอย่าง เช่น น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ไส้อั่ว และ แกงฮังเล แต่ยังมีการเพิ่มเติมเอาความประทับใจจากศิลปะการแสดงที่เป็นอันน่าตื่นตา ตื่นใจมีทั้งตีกลองสะบัดชัย ฟ้อนรำ การละเล่นของชาวเขาเผ่าต่างๆ ไปจนถึงความตื่นเต้นจากการฟ้อนดาบนั่นเองครับ

เวลาเปิดให้บริการ ทุกวัน : 18:45 – 21:30

 

5.เฮือนโบราณบ้านฮิมปิง

เคยทานอาหารเมืองในบ้านแบบโบราณมาจริง ๆ ไหม? ถ้ายังที่จะสนใจ ลองมาที่นี่เลยนะครับ ด้วยที่ตัวร้านที่เป็นบ้านแบบโบราณจริง ๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ให้นั่งทานเมนูเด็ดของร้านอย่างน้ำพริกหนุ่ม,และน้ำพริกอ่อง รวมไปถึงไก่ดอยและยำจิ้นไก่ รับรองบรรยากาศการที่ทานเหมือนทานในบ้านโบราณของเมืองเหนือที่ย้อนยุคไป 100 ปีจริงๆครับ กับการท่องเที่ยวเชียงใหม่

เวลาเปิดทำการบริการ ทุกวัน : 10:00 – 01:00

 

5.เฮือนโบราณบ้านฮิมปิง

เคยทานอาหารเมืองในบ้านแบบโบราณมาจริง ๆ ไหม? ถ้ายังที่จะสนใจ ลองมาที่นี่เลยนะครับ ด้วยที่ตัวร้านที่เป็นบ้านแบบโบราณจริง ๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ให้นั่งทานเมนูเด็ดของร้านอย่างน้ำพริกหนุ่ม,และน้ำพริกอ่อง รวมไปถึงไก่ดอยและยำจิ้นไก่ รับรองบรรยากาศการที่ทานเหมือนทานในบ้านโบราณของเมืองเหนือที่ย้อนยุคไป 100 ปีจริงๆครับ กับการท่องเที่ยวเชียงใหม่

เวลาเปิดทำการบริการ ทุกวัน : 10:00 – 01:00